ไดโอดคืออะไร และทำหน้าที่อะไรในวงจร
ไดโอด (Diode) เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่โดยพื้นฐานถูกออกแบบให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่ายในทิศทางหนึ่ง และขัดขวางการไหลในอีกทิศทางหนึ่ง
แต่ไดโอดไม่ได้มีเพียงแบบเดียว เพราะแต่ละประเภทถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น การเรียงกระแส การควบคุมแรงดัน การสวิตช์ความเร็วสูง การเปล่งแสง หรือการป้องกันแรงดันกระชาก
5 ประเภทไดโอดพื้นฐานที่ช่างควรรู้
1. Rectifier Diode – ไดโอดเรียงกระแส
Rectifier Diode เป็นหนึ่งในไดโอดพื้นฐานที่พบได้บ่อยมากในงานซ่อมอิเล็กทรอนิกส์ หน้าที่หลักคือช่วยให้กระแสไหลผ่านไปในทิศทางที่กำหนด และป้องกันกระแสย้อนกลับ
มักพบในวงจร เช่น
- Power Supply
- Adapter
- วงจรแปลงไฟ AC เป็น DC
- Bridge Rectifier
- วงจรป้องกันการต่อไฟกลับขั้ว
ตัวอย่างที่ช่างคุ้นเคยกันดีคือ 1N4007
ถ้า Rectifier Diode เสียแบบ Short อาจทำให้ Fuse ขาด หรือทำให้แหล่งจ่ายไฟถูกดึงลง แต่ถ้าเสียแบบ Open วงจรด้านหลังอาจไม่ได้รับไฟเลย
2. Zener Diode – ไดโอดควบคุมแรงดัน
Zener Diode ถูกออกแบบให้สามารถทำงานในทิศทาง Reverse เมื่อแรงดันถึงค่าที่กำหนด จึงมักถูกนำไปใช้สำหรับควบคุมแรงดันหรือสร้างแรงดันอ้างอิง
ตัวอย่างเช่น Zener 5.1V เมื่อแรงดันย้อนถึงระดับที่ออกแบบไว้ ตัวไดโอดจะเริ่มนำกระแสและช่วยจำกัดแรงดันบริเวณนั้น
มักพบในวงจร เช่น
- Voltage Reference
- Voltage Clamp
- Protection Circuit
- Feedback Circuit
- Power Supply
เวลาซ่อมต้องระวังว่า Zener Diode ไม่จำเป็นต้องเสียแบบ Short เต็ม ๆ เสมอไป บางตัวอาจเกิด Leakage จนทำให้แรงดันในวงจรตกหรือผิดเพี้ยนได้
3. Schottky Diode – ไดโอดสวิตช์เร็วและแรงดันตกต่ำ
Schottky Diode เป็นไดโอดที่พบได้บ่อยในวงจร Switching Power Supply และ DC-DC Converter
จุดเด่นของ Schottky Diode คือ
- มี Forward Voltage ต่ำกว่าไดโอด Silicon ทั่วไป
- ตอบสนองต่อการสวิตช์ได้รวดเร็ว
- ช่วยลดการสูญเสียพลังงานในวงจรบางประเภท
มักพบใน
- Buck Converter
- Boost Converter
- SMPS
- DC-DC Converter
- วงจร Power
ถ้าเจอไดโอดอยู่ใกล้ Coil หรือ Switching IC มีโอกาสที่จะเป็น Schottky Diode
อย่างไรก็ตาม Schottky บางรุ่นอาจมี Reverse Leakage มากกว่าไดโอด Silicon ทั่วไป ดังนั้นไม่ควรตัดสินว่าเสียจากค่ามิเตอร์เพียงค่าเดียว ต้องพิจารณาชนิดของไดโอดและวงจรร่วมด้วย
4. LED – ไดโอดเปล่งแสง
LED หรือ Light Emitting Diode ก็คือไดโอดชนิดหนึ่ง เมื่อมีกระแสไหลผ่านในทิศทาง Forward จะสามารถเปล่งแสงออกมาได้
นอกจากการใช้เป็นไฟแสดงสถานะแล้ว LED ยังถูกใช้ในงานอิเล็กทรอนิกส์อีกหลายประเภท เช่น
- Backlight
- Display
- Optocoupler
- Infrared Remote
- Optical Sensor
สิ่งที่ควรรู้คือ LED แต่ละชนิดและแต่ละสีมีค่า Forward Voltage แตกต่างกัน
ดังนั้นค่าที่วัดได้จาก LED สีแดง ไม่ควรนำไปเปรียบเทียบตรง ๆ กับ LED สีขาวหรือ LED สีอื่นแล้วสรุปว่าเสียหรือไม่เสีย
5. TVS Diode – ไดโอดป้องกันแรงดันกระชาก
TVS ย่อมาจาก Transient Voltage Suppression Diode เป็นไดโอดที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับแรงดันกระชากช่วงสั้น ๆ เช่น Surge หรือ ESD
มักพบใกล้กับจุดเชื่อมต่อภายนอก เช่น
- USB
- HDMI
- LAN
- ช่องชาร์จ
- Power Input
- Data Line
เมื่อเกิดแรงดันกระชาก TVS Diode จะช่วย Clamp แรงดันไม่ให้พุ่งไปถึงระดับที่อาจสร้างความเสียหายให้ IC หรือวงจรด้านหลัง
ในงานซ่อม TVS เป็นอีกตัวที่ควรตรวจเมื่อเจอบอร์ด Short เพราะหลังจากรับ Surge รุนแรง ตัว TVS อาจเสียแบบ Short ลง Ground และดึงทั้ง Rail ลงได้
เวลาเจอไดโอดบนบอร์ด ควรสังเกตอะไรบ้าง
เวลาไล่วงจรไม่ควรเริ่มจากการวัดเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูด้วยว่าไดโอดตัวนั้นถูกวางอยู่บริเวณไหนของวงจร
- อยู่ฝั่ง AC หรือใกล้ Bridge Rectifier – อาจเป็น Rectifier Diode
- อยู่ใกล้ Feedback หรือ Reference – อาจเป็น Zener Diode
- อยู่ใกล้ Coil และ Switching IC – อาจเป็น Schottky Diode
- อยู่ใกล้ Connector หรือ Input – อาจเป็น TVS Diode
- เป็นอุปกรณ์เปล่งแสง – คือ LED
การรู้ว่าอุปกรณ์อยู่ตรงไหนของวงจร จะช่วยให้เดาหน้าที่ของมันได้แม่นกว่าการดูหน้าตาเพียงอย่างเดียว
ไดโอดแต่ละประเภทสามารถใส่แทนกันได้หรือไม่
ไม่ควรนำไดโอดต่างประเภทมาใส่แทนกันโดยดูเพียงว่าขนาดหรือหน้าตาคล้ายกัน เพราะไดโอดแต่ละตัวมีสเปกสำคัญแตกต่างกัน เช่น
- Reverse Voltage
- Forward Current
- Forward Voltage
- Switching Speed
- Power Dissipation
- Leakage Current
ก่อนเปลี่ยนอะไหล่ควรตรวจเบอร์ อ่าน Datasheet และเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับวงจรนั้น
สรุป 5 ประเภทไดโอดพื้นฐาน
ถ้าจะจำแบบง่ายสำหรับงานซ่อมบอร์ด สามารถสรุปได้ว่า
- Rectifier Diode = เรียงกระแส / ป้องกันกระแสย้อน
- Zener Diode = ควบคุมหรือสร้างแรงดันอ้างอิง
- Schottky Diode = สวิตช์เร็วและมี Forward Voltage ต่ำ
- LED = เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสง
- TVS Diode = ป้องกันแรงดันกระชาก
ไดโอดแต่ละประเภทอาจมีหน้าตาคล้ายกัน แต่คุณสมบัติและหน้าที่ในวงจรแตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกอะไหล่ทดแทนจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
เวลาไล่บอร์ด อย่าถามเพียงว่า “ไดโอดตัวนี้เสียหรือไม่?”
ลองถามเพิ่มว่า “มันถูกวางไว้ตรงนี้เพื่อทำหน้าที่อะไร?”
เมื่อเข้าใจหน้าที่ของอุปกรณ์ก่อน การวัดค่า วิเคราะห์อาการ และเลือกอะไหล่ทดแทนก็จะง่ายและแม่นยำขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทไดโอด
ไดโอดมีกี่ประเภท?
ไดโอดมีหลายประเภทมากกว่าที่กล่าวถึงในบทความนี้ เช่น PIN Diode, Photodiode, Varactor Diode และ Laser Diode แต่ 5 ประเภทในบทความนี้เป็นกลุ่มพื้นฐานที่พบได้บ่อยในงานอิเล็กทรอนิกส์และงานซ่อมบอร์ด
จะรู้ได้อย่างไรว่าไดโอดบนบอร์ดเป็นประเภทไหน?
ควรดูร่วมกันทั้งเบอร์บนตัวอุปกรณ์ ตำแหน่งในวงจร สัญลักษณ์ใน Schematic และข้อมูลจาก Datasheet ไม่ควรตัดสินจากรูปร่างหรือค่าที่วัดได้เพียงอย่างเดียว
ไดโอดเสียมีอาการแบบไหน?
อาการที่พบได้ ได้แก่ Short, Open หรือ Leakage ซึ่งผลที่เกิดขึ้นกับวงจรจะแตกต่างกันตามหน้าที่ของไดโอดตัวนั้น เช่น ทำให้ไฟไม่ออก แรงดันตก Fuse ขาด หรือ Rail ถูกดึงลง Ground
ติดตามความรู้ด้าน IC อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเทคนิคซ่อมบอร์ดเพิ่มเติมได้ที่ Klang IC


