Raspberry Pi Cyberdeck: สร้างคอมพิวเตอร์พกพาในกระเป๋าด้วย Pi 5

Raspberry Pi Cyberdeck: สร้างคอมพิวเตอร์พกพาในกระเป๋าด้วย Pi 5

ถ้ามี Raspberry Pi 5 อยู่หนึ่งบอร์ด แล้วอยากเปลี่ยนให้เป็นคอมพิวเตอร์ที่พกไปใช้งานนอกสถานที่ได้ โดยมีหน้าจอ คีย์บอร์ด ลำโพง และระบบจ่ายไฟในตัว จะเริ่มออกแบบอย่างไร?

หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือ Cyberdeck หรือคอมพิวเตอร์ DIY ที่ผู้สร้างออกแบบโครงสร้างและเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับจุดประสงค์ของตัวเอง ไม่ว่าจะใช้เขียนโปรแกรม ทดลอง Electronics หรือพัฒนาโปรเจกต์ Embedded System

Raspberry Pi เผยแพร่คู่มือสร้าง Cyberdeck อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 โดยนำ Raspberry Pi 5 มาติดตั้งในกระเป๋าแข็งสไตล์ Pelican พร้อมจอสัมผัส Raspberry Pi Touch Display 2 ขนาด 7 นิ้ว คีย์บอร์ด Bluetooth ระบบเสียง และแบตเตอรี่

แนวคิดนี้ไม่ได้พยายามทำให้ Cyberdeck เป็น Laptop ที่บางที่สุด แต่เปิดโอกาสให้ Maker เลือก Layout, Power System และ Peripheral ตามความต้องการของตัวเอง

บทความนี้จะพาไปรู้จักส่วนประกอบที่ใช้จริง วิธีวางแผนก่อนประกอบ ขั้นตอนสร้างตามแนวทางของ Raspberry Pi และข้อควรระวังสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่และกำลังไฟ

Raspberry Pi Cyberdeck คอมพิวเตอร์พกพา DIY พร้อมจอสัมผัสและคีย์บอร์ดภายในกระเป๋าแข็ง
Cyberdeck ตัวอย่างของ Raspberry Pi ใช้กระเป๋าแข็งติดตั้งหน้าจอ คีย์บอร์ด และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไว้ภายใน ภาพ: Electronics Weekly / Raspberry Pi

สรุปสิ่งที่น่าสนใจของ Raspberry Pi Cyberdeck

  • เป็นคอมพิวเตอร์ DIY ที่ออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานของผู้สร้างเอง
  • ตัวอย่างทางการใช้ Raspberry Pi 5 เป็นคอมพิวเตอร์หลัก
  • ติดตั้ง Raspberry Pi Touch Display 2 ขนาด 7 นิ้ว
  • ใช้คีย์บอร์ด Rii RK302 แบบ Bluetooth
  • มี Raspberry Pi USB Flash Drive ขนาด 128GB สำหรับจัดเก็บระบบและข้อมูล
  • ติดตั้งระบบเสียง Pimoroni Picade Max USB Audio และลำโพง
  • ใช้กระเป๋าแข็ง CASOMAN ขนาด 11.5 นิ้ว เป็นโครงสร้างหลัก
  • ตัวอย่างใช้แบตเตอรี่ LiPo พร้อม Fuse และ DC-to-DC Converter
  • สามารถดัดแปลงเพิ่ม Sensor, Switch, LED, Raspberry Pi Pico หรือ SDR ได้
  • มีคู่มือสร้างจาก Raspberry Pi และเนื้อหาเพิ่มเติมใน Official Magazine #168

Cyberdeck คืออะไร? ทำไม Maker ถึงนิยมสร้าง?

Cyberdeck เป็นคำที่ใช้เรียกคอมพิวเตอร์แบบ Custom-built ซึ่งผู้สร้างออกแบบรูปลักษณ์ Hardware และวิธีใช้งานได้เอง โดยมักเน้นความสามารถในการพกพา การปรับแต่ง และเอกลักษณ์ของตัวเครื่อง

Cyberdeck ไม่จำเป็นต้องมีรูปทรงเหมือน Laptop เสมอไป เพราะสามารถสร้างจากอุปกรณ์หลายประเภท เช่น:

  • กระเป๋า Briefcase หรือ Rugged Case
  • โครงเครื่องพิมพ์ 3D
  • กล่องไม้หรือกล่องพลาสติก
  • ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์พกพารุ่นเก่า
  • กล่องขนาดเล็กที่ออกแบบเฉพาะโครงการ

Raspberry Pi อธิบายว่า Cyberdeck สามารถมีรูปแบบได้หลากหลาย ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ขนาดใส่กระเป๋า ไปจนถึงระบบที่ออกแบบสำหรับงานเฉพาะทาง จุดสำคัญคือผู้สร้างสามารถเลือกให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการทำ

Cyberdeck ต่างจาก Laptop ทั่วไปอย่างไร?

Laptop ส่วนใหญ่มาพร้อมโครงสร้าง Hardware ที่ผู้ผลิตกำหนดไว้แล้ว ในขณะที่ Cyberdeck เน้นให้ผู้สร้างกำหนดส่วนประกอบและรูปแบบการจัดวางเอง

ตัวอย่างเช่น หากต้องการคอมพิวเตอร์สำหรับทดลอง Raspberry Pi GPIO ก็สามารถออกแบบให้เข้าถึง Connector ได้สะดวก หรือหากต้องการเพิ่ม Sensor และหน้าจอข้อมูลอีกชุด ก็สามารถเผื่อพื้นที่สำหรับอุปกรณ์เหล่านั้นตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

อย่างไรก็ตาม Cyberdeck ที่ประกอบเองไม่ได้รับประกันว่าจะมีน้ำหนักเบา ใช้พลังงานต่ำ หรือมีความทนทานดีกว่า Laptop สำเร็จรูป เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และวิธีประกอบ

Cyberdeck ต้องมีองค์ประกอบหลักอะไรบ้าง?

คู่มือ Raspberry Pi แบ่งการออกแบบ Cyberdeck ออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ Computer, Peripherals, Power Supply และ Case

1. Computer — ระบบประมวลผล

ส่วนนี้คือคอมพิวเตอร์หลักที่ใช้ประมวลผลและรันระบบปฏิบัติการ ตัวอย่างในคู่มือเลือกใช้ Raspberry Pi 5 ซึ่งเป็น Single Board Computer หรือ SBC

Raspberry Pi ยังระบุว่า Storage สามารถเลือกใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น microSD, USB Storage หรือ M.2 NVMe SSD ตามความสามารถและอุปกรณ์ที่รองรับ

2. Peripherals — อุปกรณ์ใช้งาน

Peripherals คืออุปกรณ์ที่ทำให้ Cyberdeck สามารถใช้งานได้จริง เช่น Display, Keyboard, Speaker, Mouse หรืออุปกรณ์รับข้อมูลอื่น ๆ

การเลือก Peripheral ควรพิจารณาทั้งขนาดและวิธีเชื่อมต่อ เพราะอุปกรณ์แต่ละชิ้นต้องใช้พื้นที่ภายในกระเป๋าและอาจต้องมีสายเชื่อมต่อเพิ่มเติม

3. Power Supply — ระบบจ่ายไฟ

Cyberdeck ต้องมีแหล่งจ่ายไฟที่รองรับคอมพิวเตอร์และ Peripheral ทั้งหมด อาจใช้ Power Bank, Power Supply, UPS HAT หรือ Battery System ที่ออกแบบอย่างเหมาะสม

การใช้แบตเตอรี่ไม่ใช่ข้อบังคับของ Cyberdeck เพราะสามารถสร้างรุ่นที่ใช้ไฟภายนอกอย่างเดียวได้เช่นกัน

4. Case — โครงสร้างและตัวเครื่อง

Case เป็นส่วนที่กำหนดขนาดและการจัดวางของ Cyberdeck โดยตัวอย่าง Raspberry Pi ใช้กระเป๋าแข็ง CASOMAN ขนาด 11.5 นิ้ว ซึ่งมีรูปแบบคล้าย Pelican Case

การเลือก Case ไม่ควรดูเฉพาะความสวยงาม แต่ต้องคำนึงถึงพื้นที่ของหน้าจอ คีย์บอร์ด อุปกรณ์ภายใน และการเดินสายด้วย

รายการอุปกรณ์ที่ใช้ใน Raspberry Pi Cyberdeck

ตัวอย่างที่ Raspberry Pi เผยแพร่ใช้ส่วนประกอบที่สามารถซื้อแยกได้ โดยบางชิ้นถูกเลือกเพราะเหมาะกับขนาดของกระเป๋าที่ใช้ในโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ

รายการ Hardware จากคู่มือ Cyberdeck ของ Raspberry Pi
อุปกรณ์ รุ่นหรือรายละเอียด หน้าที่
Computer Raspberry Pi 5 ระบบประมวลผลหลัก
Display Raspberry Pi Touch Display 2 ขนาด 7 นิ้ว แสดงผลและรับคำสั่งสัมผัส
Storage Raspberry Pi USB Flash Drive 128GB จัดเก็บระบบปฏิบัติการและข้อมูล
Keyboard Rii RK302 Bluetooth Keyboard ป้อนคำสั่งและพิมพ์ข้อความ
Audio Pimoroni Picade Max USB Audio ระบบเสียง USB พร้อม Stereo Amplifier 3W
Audio Control Picade Max Encoder ควบคุมระดับเสียง
Case CASOMAN 11.5-inch Waterproof Case ตัวเครื่องและโครงสร้างสำหรับติดตั้งอุปกรณ์
Main Battery LiPo Battery ในตัวอย่างทางการ แหล่งจ่ายพลังงานแบบพกพา
Power Conversion DC-to-DC Converter 5V/5A ตามตัวอย่าง แปลงแรงดันสำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์
Protection Inline Fuse ส่วนหนึ่งของการป้องกันวงจรแบตเตอรี่
RTC Battery Raspberry Pi RTC Battery รักษาข้อมูลเวลาของระบบ RTC
Display Cable Ribbon Cable ยาว 500 มม. เชื่อมต่อหน้าจอกับ Raspberry Pi
Mounting Parts แผ่นยึดและ Support ที่ผลิตขึ้น จัดตำแหน่งและยึดอุปกรณ์ภายใน Case

ทำไมใช้ Raspberry Pi 5?

Raspberry Pi เลือก Pi 5 เพราะมีความสามารถเพียงพอสำหรับงานคอมพิวเตอร์ทั่วไป การเขียนโปรแกรม และการควบคุมโปรเจกต์ Raspberry Pi อื่น ๆ อีกทั้งยังมี GPIO สำหรับเชื่อมต่อ Hardware เพิ่มเติม

แต่คู่มือไม่ได้กำหนดว่า Cyberdeck ต้องใช้ Raspberry Pi 5 เท่านั้น ผู้สร้างสามารถเลือก Computer Platform อื่นให้ตรงกับงานและขนาด Case ที่ต้องการได้

ทำไมเลือก USB Flash Drive 128GB?

โปรเจกต์นี้ใช้ Raspberry Pi USB Flash Drive 128GB สำหรับจัดเก็บระบบปฏิบัติการและข้อมูล โดยคู่มืออธิบายว่าการใช้ USB Drive ช่วยให้ถอดเปลี่ยนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลได้สะดวก และสามารถเตรียมระบบปฏิบัติการที่ต่างกันได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่า USB Flash Drive ทุกตัวจะมีความเร็วหรือความทนทานดีกว่า microSD ทุกประเภท เพราะประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์จริง

ดูรายละเอียด Raspberry Pi 5

ระบบจ่ายไฟและ Battery ต้องวางแผนอย่างไร?

ส่วนที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการสร้าง Cyberdeck คือระบบจ่ายไฟ เพราะต้องจ่ายพลังงานให้ Raspberry Pi, Display, Audio และ Peripheral อื่น ๆ อย่างเพียงพอ

อุปกรณ์ภายในกระเป๋า Raspberry Pi Cyberdeck แสดงบอร์ด Raspberry Pi แบตเตอรี่และส่วนประกอบระบบจ่ายไฟ
ภายในกระเป๋า Cyberdeck มี Raspberry Pi ระบบแบตเตอรี่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายไฟ ภาพ: Electronics Weekly / Raspberry Pi

เริ่มจากคำนวณ Power Budget

Raspberry Pi ยกตัวอย่างการคำนวณกำลังไฟโดยใช้ Raspberry Pi 5 และ Touch Display 2 ดังนี้

ตัวอย่าง Power Budget จากคู่มือ Raspberry Pi
อุปกรณ์ กำลังไฟที่ใช้สำหรับวางแผน เงื่อนไข
Raspberry Pi 5 25W กรณีใช้ USB Ports เต็มโหลดตามตัวอย่าง
Raspberry Pi Touch Display 2 ประมาณ 3W เมื่อเปิดความสว่างสูงสุด
รวมสองอุปกรณ์ 28W ยังไม่รวมอุปกรณ์อื่นใน Cyberdeck

คู่มือ Raspberry Pi คำนวณว่า 28W ที่แรงดัน 5V เทียบเท่ากับกระแสประมาณ 5.6A โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างกำลังไฟ แรงดัน และกระแส

ข้อสังเกตสำคัญ: ตัวอย่าง Cyberdeck ใช้ DC-to-DC Converter ที่ระบุ Output 5V/5A หรือ 25W ขณะที่ตัวอย่าง Power Budget ของ Raspberry Pi 5 และ Display รวมกันได้ 28W ภายใต้เงื่อนไขโหลดที่ระบุ

ดังนั้น ข้อมูลที่มีไม่เพียงพอที่จะรับรองว่าชุดจ่ายไฟ 5V/5A นี้รองรับการใช้งานพร้อมกันที่โหลดสูงสุดของทุกอุปกรณ์ได้ ผู้สร้างต้องประเมินกำลังไฟจริง รวมถึงอุปกรณ์เสียงและ Peripheral เพิ่มเติมก่อนเลือกระบบจ่ายไฟ

เลือก Power Bank หรือ LiPo Battery?

Raspberry Pi ระบุว่า Power Bank เป็นทางเลือกที่ช่วยลดความซับซ้อนและความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการประกอบระบบ LiPo Battery เอง

แต่ตัวอย่าง Cyberdeck ที่เผยแพร่เลือกใช้ LiPo Battery พร้อม Inline Fuse และ DC-to-DC Converter ที่จ่ายไฟผ่าน USB-C PD ตามรายละเอียดในคู่มือ

ผู้สร้างยังสามารถเลือกใช้ External Power Supply ได้ โดย Raspberry Pi กล่าวถึงการใช้ Raspberry Pi 27W USB-C Power Supply เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการจ่ายไฟจากภายนอก

อย่างไรก็ตาม อะแดปเตอร์ 27W ไม่ควรถูกตีความว่ารองรับ Power Budget 28W พร้อมอุปกรณ์เสริมทั้งหมดภายใต้ทุกเงื่อนไขโดยอัตโนมัติ

LiPo Battery ต้องระวังอะไรบ้าง?

  • เลือก Battery และ Power System ที่มีระบบป้องกันเหมาะสม
  • ใช้ Fuse และอุปกรณ์ป้องกันตามการออกแบบวงจรที่ถูกต้อง
  • หลีกเลี่ยงการชาร์จผิดวิธีหรือปล่อยให้แบตเตอรี่คายประจุมากเกินไป
  • ตรวจสอบแรงดันและสถานะของ Battery ระหว่างใช้งาน
  • ประเมินการระบายความร้อนและพื้นที่ติดตั้งแบตเตอรี่ภายใน Case
  • ไม่ดัดแปลงวงจรชาร์จหากไม่มีความรู้ด้านระบบแบตเตอรี่ที่เพียงพอ

คู่มือระบุว่าตัวอย่างนี้ใช้เครื่องชาร์จภายนอก และถอดแบตเตอรี่ออกจากวงจรระหว่างชาร์จ ไม่ได้แสดงให้เห็นว่า Cyberdeck สามารถเสียบชาร์จและใช้งานพร้อมกันได้แบบ Laptop ทั่วไป

Cyberdeck ใช้แบตเตอรี่ได้นานแค่ไหน?

แหล่งข้อมูลที่ใช้ไม่ได้ระบุความจุแบตเตอรี่หรือระยะเวลาทำงานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งของ Cyberdeck ตัวอย่าง จึงไม่สามารถสรุป Battery Runtime เป็นจำนวนชั่วโมงได้

เวลาใช้งานจริงขึ้นอยู่กับความจุที่ใช้งานได้ของแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพการแปลงไฟ โหลดของ Raspberry Pi ความสว่างจอ และอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน

วาง Layout ภายในกระเป๋าอย่างไรก่อนเริ่มประกอบ?

เมื่อเลือก Hardware ได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการจัดตำแหน่งให้ชิ้นส่วนทั้งหมดสามารถติดตั้งอยู่ภายใน Case และใช้งานได้สะดวก

คู่มือ Raspberry Pi แนะนำให้ทดลองวางอุปกรณ์และใช้กระดาษแข็งหรือ Cardboard เป็น Mockup ก่อนสร้างชิ้นส่วนถาวร เพื่อตรวจสอบระยะและลดปัญหาขณะประกอบ

สิ่งที่ควรพิจารณาในขั้นตอน Layout

  • ขนาดของจอสัมผัสและพื้นที่ยึดจอ
  • ตำแหน่งคีย์บอร์ดเมื่อต้องเปิดและปิดกระเป๋า
  • พื้นที่สำหรับ Raspberry Pi และ Storage
  • ตำแหน่งแบตเตอรี่และอุปกรณ์ระบบไฟ
  • พื้นที่สำหรับลำโพงและ Audio Controller
  • ระยะของ Ribbon Cable และสาย USB
  • การเข้าถึง Connector และอุปกรณ์เมื่อจำเป็นต้องบำรุงรักษา

ทำไมต้องทดสอบด้วย Cardboard ก่อน?

เพราะการวางอุปกรณ์บนโต๊ะกับการติดตั้งจริงภายในกระเป๋ามีข้อจำกัดต่างกัน เช่น ความสูงของ Connector แนวโค้งของสาย และพื้นที่ที่อาจถูกฝาปิดกระเป๋าทับ

การทดลองด้วย Cardboard ช่วยให้เห็นตำแหน่งที่จะต้องแก้ไข ก่อนตัดวัสดุหรือพิมพ์ 3D Part จริง

วัสดุที่ Raspberry Pi แนะนำ

คู่มือกล่าวถึงทางเลือกการผลิตชิ้นส่วนหลายประเภท ได้แก่ 3D Printing, Laser Cutting, Plastic Foam Board, Plastic Sheet, Plywood และโครงอะลูมิเนียม Profile ขนาดเล็ก

ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าต้องใช้เครื่องมือชนิดเดียวกันทั้งหมด ผู้สร้างสามารถเลือกตามความพร้อมของอุปกรณ์และความเหมาะสมของโครงสร้างได้

ขั้นตอนสร้าง Raspberry Pi Cyberdeck ตามคู่มือทางการ

กระบวนการสร้างควรเริ่มจากการทดสอบระบบให้ทำงานได้ก่อน จากนั้นจึงสร้างชิ้นส่วนยึดและประกอบลงใน Case

Step 1 — เตรียม Hardware และ Storage

รวบรวม Raspberry Pi, Display, Keyboard, Audio, Storage และอุปกรณ์อื่น ๆ ตามรายการที่เลือกไว้

ใช้ Raspberry Pi Imager หรือเครื่องมือที่เหมาะสมในการเตรียมระบบปฏิบัติการบน Boot Storage ที่รองรับ จากนั้นตรวจสอบว่า Raspberry Pi สามารถเริ่มระบบได้ตามปกติ

ดาวน์โหลด Raspberry Pi Imager จากเว็บไซต์ทางการ

Step 2 — ทดสอบหน้าจอและ Peripheral ก่อนติดตั้ง

เชื่อมต่อหน้าจอและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตามคู่มือผู้ผลิตเพื่อทดสอบการแสดงผล Touch Input, Keyboard และ Audio ก่อนนำไปยึดถาวรใน Case

การทดสอบแยกส่วนช่วยให้สามารถตรวจสอบปัญหาได้ง่ายกว่าเมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดถูกปิดทับด้วยโครงสร้างภายใน

Step 3 — ทำ Mockup และสร้างแผ่นยึด

ทดลองจัดวางอุปกรณ์ในกระเป๋า ตรวจสอบพื้นที่สำหรับสายและ Connector จากนั้นใช้รูปทรงที่วางแผนไว้เป็นแนวทางผลิต Mounting Plate หรือ Support

คู่มือ Raspberry Pi ใช้ชิ้นส่วนยึดสำหรับหน้าจอ Raspberry Pi และ Battery Holder โดยไม่ได้บังคับให้ผู้อ่านต้องใช้ไฟล์หรือเครื่องมือผลิตชิ้นส่วนรูปแบบเดียวกัน

Step 4 — ติดตั้งระบบแสดงผล

ตัวอย่างใช้แผ่นยึดหน้าจอที่ติดตั้ง Raspberry Pi Touch Display 2 และชุด Audio ไว้ด้วยกัน ก่อนยึดเข้ากับส่วนบนของ Case

ผู้สร้างทดสอบตำแหน่งของ Support ก่อน แล้วจึงยึดชิ้นส่วนด้วยวิธีตามที่คู่มืออธิบาย เช่น Double-sided Tape, Foam Tape หรือชิ้นส่วนยึดอื่นที่เหมาะสม

Step 5 — จัดวาง Raspberry Pi และระบบไฟ

หลังจากวาง Support ของส่วนล่างใน Case แล้ว จึงจัดตำแหน่ง Raspberry Pi และอุปกรณ์จ่ายไฟ โดยคู่มือแนะนำให้ตรวจสอบการทำงานของหน้าจอและลำโพงก่อนยึด Raspberry Pi อย่างถาวร

สำหรับระบบแบตเตอรี่ ควรอ้างอิงแผนผังและข้อกำหนดของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้จริง เนื่องจาก Source ไม่ได้ให้ข้อมูลเพียงพอสำหรับสร้าง Wiring Diagram ที่ปลอดภัยสำหรับ Battery ทุกชนิด

Step 6 — ติดตั้ง Keyboard และตรวจสอบการเข้าถึงอุปกรณ์

ตัวอย่างใช้แผ่นยึดคีย์บอร์ดพร้อมชิ้นส่วนรองรับ แต่คู่มือระบุว่าไม่ควรยึดแผ่นคีย์บอร์ดให้ถอดออกไม่ได้ เพราะยังต้องเข้าถึง Raspberry Pi เพื่อเปิด ปิด หรือเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟ

Step 7 — ทดสอบระบบหลังประกอบ

เมื่อจัดวางอุปกรณ์เรียบร้อย ให้ตรวจสอบการทำงานของส่วนประกอบตามหน้าที่ เช่น Boot, Display, Touch, Keyboard, Audio และอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นที่ติดตั้งไว้

ขั้นตอนนี้เป็นการตรวจสอบการทำงานของระบบ ไม่ใช่การรับรองประสิทธิภาพการระบายความร้อนหรือระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ ซึ่งต้องประเมินแยกต่างหาก

อ่านขั้นตอนประกอบ Cyberdeck ฉบับเต็มจาก Raspberry Pi

ติดตั้ง Touch Display 2 และระบบเสียงภายใน Cyberdeck

ตัวอย่าง Cyberdeck ใช้จอสัมผัส Raspberry Pi Touch Display 2 ขนาด 7 นิ้ว คู่มืออธิบายการใช้งานในแนวนอนที่ความละเอียด 1280 × 720 พิกเซล โดยหน้าจอรุ่นนี้มีความละเอียด Native 720 × 1280 พิกเซลเมื่อวางแนวตั้ง

Touchscreen ช่วยให้ควบคุม Interface หลายประเภทได้โดยไม่จำเป็นต้องมี Mouse แยกในทุกสถานการณ์

ระบบเสียงติดตั้งอย่างไร?

ชุดลำโพงและอุปกรณ์ระบบเสียงติดตั้งด้านหลังหน้าจอของ Raspberry Pi Cyberdeck
ชุดลำโพงและระบบเสียงถูกจัดวางด้านหลังส่วนแสดงผล เพื่อใช้พื้นที่ภายในกระเป๋าอย่างเหมาะสม ภาพ: Electronics Weekly / Raspberry Pi

ผู้สร้างเลือกใช้ Pimoroni Picade Max USB Audio ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสียงแบบ USB-C พร้อม Stereo Amplifier ที่ผู้ผลิตระบุ 3W และใช้ Picade Max Encoder สำหรับการควบคุมระดับเสียง

Raspberry Pi ระบุว่าการใช้ระบบเสียงผ่าน USB ช่วยให้ยังสามารถเก็บ 40-pin GPIO Header ไว้สำหรับอุปกรณ์และโปรเจกต์เพิ่มเติมได้

สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อติดตั้ง Audio

ตำแหน่งลำโพงต้องไม่รบกวนการติดตั้งหน้าจอหรือการปิด Case และต้องมีพื้นที่สำหรับสาย Audio และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

คู่มือมีรายละเอียดการยึดชิ้นส่วนและการเชื่อมต่อภายใน ซึ่งควรอ่านจากแหล่งต้นฉบับโดยตรงก่อนทำงานที่เกี่ยวข้องกับการตัดต่อสายหรือบัดกรี

อ่านคู่มือ Raspberry Pi Touch Display 2

การเลือก Keyboard และออกแบบตำแหน่งติดตั้ง

Rii RK302 Bluetooth Keyboard และแผ่นรองคีย์บอร์ดที่ติดตั้งในกระเป๋า Raspberry Pi Cyberdeck
ตัวอย่างการจัดวาง Keyboard ภายในกระเป๋า Cyberdeck โดยเลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่และการใช้งาน ภาพ: Electronics Weekly / Raspberry Pi

คีย์บอร์ดเป็นส่วนที่ส่งผลต่อการใช้งาน Cyberdeck โดยตรง เพราะแม้เครื่องจะมี Touchscreen แต่การเขียนโปรแกรมหรือพิมพ์คำสั่งจำนวนมากยังอาจต้องใช้ Keyboard

โปรเจกต์นี้เลือกใช้ Rii RK302 Bluetooth Keyboard เนื่องจากมีขนาดและรูปแบบที่เหมาะกับ Case ที่เลือก และสามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ได้โดยไม่ต้องใช้สายข้อมูลไปยัง Raspberry Pi

ทำไมต้องมีแผ่นรอง Keyboard?

คู่มืออธิบายว่าคีย์บอร์ดรุ่นนี้ออกแบบสำหรับการวางบนพื้นผิวโต๊ะ จึงมีความยืดหยุ่นของโครงสร้างบางส่วน เมื่อนำไปติดตั้งใน Case จึงควรมี Support ที่เหมาะสม

ผู้สร้างสามารถเลือก Keyboard รุ่นอื่นได้ ตราบใดที่ขนาดและวิธีเชื่อมต่อเหมาะกับโครงการ และมีการตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนประกอบ

แผ่น Keyboard ควรถอดออกได้หรือไม่?

สำหรับตัวอย่าง Raspberry Pi ควรออกแบบให้ถอดหรือยกแผ่น Keyboard ออกได้ เพราะต้องเข้าถึงอุปกรณ์ด้านล่างในบางสถานการณ์ เช่น การเปิด ปิด หรือเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟ

จุดนี้เป็นตัวอย่างของการออกแบบที่คำนึงถึง Maintenance ไม่ใช่เพียงการจัดวางให้ดูเรียบร้อยเมื่อประกอบเสร็จ

Raspberry Pi RTC Battery ช่วยอะไรใน Cyberdeck?

Real-time Clock หรือ RTC คือระบบรักษาข้อมูลเวลาของคอมพิวเตอร์ Raspberry Pi 5 มี RTC ภายใน และสามารถใช้ Raspberry Pi RTC Battery เพื่อช่วยรักษาเวลาของระบบในช่วงที่ไม่มีไฟเลี้ยงหลัก

สำหรับ Cyberdeck ที่ต้องการใช้งานในสถานการณ์ไม่มีอินเทอร์เน็ต การมี RTC Battery เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ระบบจัดการเวลาได้สะดวกขึ้น

RTC Battery ต่างจาก Main Battery อย่างไร?

RTC Battery ใช้สำหรับระบบนาฬิกา ไม่ใช่แบตเตอรี่ที่จ่ายพลังงานให้ Raspberry Pi ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์เต็มระบบ

ดังนั้น แม้ติดตั้ง RTC Battery แล้ว ก็ยังต้องมี Power Supply หรือ Battery System หลักสำหรับเลี้ยง Raspberry Pi และ Peripheral ทั้งหมด

ตัวอย่าง Configuration จาก Raspberry Pi

คู่มือทางการระบุบรรทัด Configuration สำหรับเปิดการชาร์จ RTC Battery ผ่านไฟล์ /boot/firmware/config.txt ดังนี้

View more — ดู RTC Configuration
dtparam=rtc_bbat_vchg=3000000

Configuration นี้เป็นตัวอย่างสำหรับ Raspberry Pi RTC Battery ตามคู่มือทางการ ไม่ใช่คำสั่งสำหรับชาร์จ LiPo Main Battery หรือเปลี่ยนข้อกำหนดของระบบไฟหลัก

ก่อนแก้ไข Configuration ควรตรวจสอบรุ่น Hardware, Battery และ Documentation ที่ใช้งานจริง

Cyberdeck สามารถเพิ่มฟังก์ชันอะไรได้อีกบ้าง?

หนึ่งในแนวคิดหลักของ Cyberdeck คือผู้สร้างสามารถกำหนดฟังก์ชันเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ โดย Raspberry Pi ยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่สามารถนำมาใช้ขยายระบบได้หลายประเภท

1. เพิ่ม Raspberry Pi Pico

สามารถพิจารณาใช้ Raspberry Pi Pico เป็น Microcontroller อีกตัวสำหรับทำงานร่วมกับ Raspberry Pi หลัก เช่น ตรวจสอบสถานะ Switch หรือควบคุมอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบไว้

2. เพิ่ม Sensor

สามารถติดตั้ง Sensor เพื่อรับข้อมูลที่ต้องการ เช่น ข้อมูลด้านพลังงานหรือสถานะแบตเตอรี่ โดยต้องเลือก Sensor และ Interface ให้เหมาะกับระบบ

3. เพิ่มจอแสดงผลรอง

ผู้สร้างอาจเพิ่ม Display ขนาดเล็กสำหรับแสดงข้อมูลเฉพาะทาง เช่น Status หรือข้อมูลจาก Peripheral โดย Raspberry Pi กล่าวถึงการนำ Pico มาช่วยขับ Secondary Display ได้

4. เพิ่ม Switch และ LED

Switch และ LED สามารถใช้เพื่อควบคุมฟังก์ชันหรือแสดงสถานะต่าง ๆ ใน Cyberdeck ได้ โดยต้องออกแบบวงจรให้ตรงกับแรงดันและกระแสที่อุปกรณ์รองรับ

5. เพิ่ม Software-defined Radio (SDR)

Raspberry Pi กล่าวถึง SDR เป็นอีกหนึ่งแนวทางปรับแต่ง Cyberdeck สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับการรับหรือประมวลผลสัญญาณวิทยุ

การใช้งานอุปกรณ์วิทยุต้องเป็นไปตามข้อกำหนดความถี่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงใช้กับระบบที่ผู้พัฒนาเป็นเจ้าของหรือได้รับอนุญาต

6. เพิ่มพอร์ต I/O ที่เข้าถึงได้จากภายนอก

Cyberdeck สามารถออกแบบให้มีช่องเชื่อมต่อสำหรับทดลอง Electronics โดยไม่ต้องเปิด Case ทุกครั้ง แต่ต้องคำนึงถึงการป้องกัน Connector และความปลอดภัยของวงจร

แนวคิดเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการปรับแต่ง ไม่ได้หมายความว่า Cyberdeck ในข่าวมีอุปกรณ์ทั้งหมดดังกล่าวติดตั้งอยู่แล้ว

ข้อควรระวังก่อนสร้าง Raspberry Pi Cyberdeck

Cyberdeck เป็นงาน DIY ที่รวมคอมพิวเตอร์ จอภาพ ระบบเสียง และระบบไฟไว้ในโครงสร้างเดียวกัน จึงควรแยกการตรวจสอบออกเป็นหลายด้านก่อนใช้งานจริง

Power Supply ต้องเพียงพอ

ตัวเลขกำลังไฟใน Datasheet และคู่มือเป็นข้อมูลสำหรับวางแผน การออกแบบจริงต้องประเมินโหลดที่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะเมื่อมีอุปกรณ์ USB หรือ Peripheral เพิ่มเติม

Battery System ต้องมีการป้องกัน

ไม่ควรต่อแบตเตอรี่ LiPo เข้ากับระบบโดยไม่มีวงจรป้องกันหรือวิธีชาร์จที่เหมาะสม หากไม่มีประสบการณ์ด้าน Battery Electronics ควรพิจารณาทางเลือกที่สำเร็จรูปและได้รับการออกแบบสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้

ต้องเผื่อการระบายความร้อน

เมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ภายใน Hard Case การไหลเวียนอากาศและการสะสมความร้อนอาจแตกต่างจากการวาง Raspberry Pi บนโต๊ะ จึงต้องประเมิน Thermal Design ตาม Hardware และสภาพแวดล้อมจริง

Case กันน้ำไม่ได้หมายความว่า Cyberdeck กันน้ำ

แม้ CASOMAN Case ที่ใช้ในตัวอย่างเป็นกระเป๋าแบบ Waterproof แต่เมื่อมีการดัดแปลง เจาะ หรือเพิ่มช่องต่อสาย ต้องประเมินคุณสมบัติการป้องกันน้ำของระบบที่ประกอบเสร็จใหม่

ไม่ควรนำ Cyberdeck ที่ประกอบเองไปใช้งานกลางฝนหรือสภาพแวดล้อมเปียกชื้นโดยอาศัยเพียงคุณสมบัติของกระเป๋าก่อนดัดแปลง

ตรวจสอบ Mechanical Fit

อุปกรณ์ที่อยู่ภายใน Case ต้องมีระยะและตำแหน่งยึดที่เหมาะสม ไม่ควรให้สายแพหรือ Connector รับแรงจากการปิดกระเป๋าโดยตรง

ไม่ควรสร้าง Wiring จากการคาดเดา

หากคู่มือไม่ได้ระบุ Pinout, Battery Wiring หรือแผนผังวงจรอย่างครบถ้วน ผู้สร้างควรใช้คู่มือของ Hardware แต่ละชิ้นและตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนทำงานไฟฟ้า

อ่านคู่มือ Cyberdeck ฉบับเต็มและดาวน์โหลดเอกสาร

บทความนี้สรุปแนวคิดและขั้นตอนหลักจากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ แต่การประกอบจริงยังมีรายละเอียดด้าน Mechanical Design, การเดินสายภายใน และการติดตั้งอุปกรณ์ที่ควรศึกษาเพิ่มเติมจากคู่มือทางการ

1. คู่มือ Cyberdeck ของ Raspberry Pi

คู่มือจาก Raspberry Pi อธิบายการเลือกอุปกรณ์ Power Budget การวางโครงสร้าง การติดตั้งหน้าจอและอุปกรณ์เสียง รวมถึงการประกอบชิ้นส่วนภายในกระเป๋า

อ่าน Create Your Own Cyberdeck — คู่มือทางการของ Raspberry Pi

2. Raspberry Pi Official Magazine #168

Raspberry Pi Official Magazine ฉบับที่ 168 ประจำเดือนสิงหาคม 2026 นำเสนอเรื่อง Cyberdeck Projects พร้อมตัวอย่างและแนวทางสร้าง Cyberdeck

เปิด Raspberry Pi Official Magazine #168 และเลือกดาวน์โหลด PDF

3. Touch Display 2 Documentation

เอกสารอธิบายคุณสมบัติของ Touch Display 2 การเชื่อมต่อกับ Raspberry Pi และข้อควรระวังเกี่ยวกับสายและ Connector

อ่าน Raspberry Pi Touch Display 2 Documentation

4. Raspberry Pi Imager

Raspberry Pi Imager ใช้สำหรับเตรียมระบบปฏิบัติการลงในสื่อจัดเก็บข้อมูลที่รองรับ ก่อนเริ่มทดสอบและประกอบ Cyberdeck

ดาวน์โหลด Raspberry Pi Imager และศึกษาระบบปฏิบัติการ

หมายเหตุ: แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบไม่ได้ให้ Direct Download URL ของไฟล์ STL/CAD สำหรับ Case ตัวอย่างอย่างครบถ้วน จึงไม่มีการใส่ลิงก์ดาวน์โหลดไฟล์เหล่านั้นโดยการคาดเดา

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Raspberry Pi Cyberdeck

1. Cyberdeck คืออะไร?

Cyberdeck เป็นคอมพิวเตอร์แบบ Custom-built ที่ผู้สร้างกำหนดรูปทรง Hardware และฟังก์ชันให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเอง

2. Raspberry Pi Cyberdeck ใช้บอร์ดอะไร?

ตัวอย่างจากคู่มือทางการใช้ Raspberry Pi 5 เป็นคอมพิวเตอร์หลัก แต่ Cyberdeck ไม่จำเป็นต้องใช้บอร์ดรุ่นนี้เสมอไป

3. Cyberdeck ตัวอย่างใช้หน้าจอขนาดเท่าไร?

ใช้ Raspberry Pi Touch Display 2 ขนาด 7 นิ้ว โดยคู่มือแสดงการใช้งานในแนวนอนที่ความละเอียด 1280 × 720 พิกเซล

4. ใช้ Storage แบบไหน?

ตัวอย่างใช้ Raspberry Pi USB Flash Drive ขนาด 128GB สำหรับจัดเก็บระบบปฏิบัติการและข้อมูล

5. ใช้ Keyboard รุ่นอะไร?

คู่มือเลือกใช้ Rii RK302 Bluetooth Keyboard เพราะมีขนาดที่เหมาะกับพื้นที่ภายใน Case ที่เลือก

6. Cyberdeck ต้องใช้ Battery หรือไม่?

ไม่จำเป็น สามารถใช้ Power Supply จากภายนอกได้ โดยตัวอย่างที่เผยแพร่มีระบบ LiPo Battery และตัวเลือกไฟจากภายนอก

7. Cyberdeck ใช้ไฟเท่าไร?

Raspberry Pi ยกตัวอย่าง Raspberry Pi 5 ที่ 25W เมื่อ USB Ports ใช้โหลดเต็ม และ Touch Display 2 ประมาณ 3W เมื่อเปิดความสว่างสูงสุด รวมเป็น 28W ก่อนคิดโหลดของอุปกรณ์อื่น

8. ใช้ Power Bank ได้หรือไม่?

Raspberry Pi ระบุ Power Bank เป็นทางเลือกสำหรับระบบจ่ายไฟ แต่ต้องเลือกอุปกรณ์ที่มีความสามารถจ่ายไฟเพียงพอและเข้ากันได้กับ Hardware ทั้งระบบ

9. Cyberdeck ใช้แบตเตอรี่ได้นานกี่ชั่วโมง?

Source ไม่ได้ระบุความจุแบตเตอรี่และ Battery Runtime ของตัวอย่างอย่างเพียงพอ จึงไม่สามารถยืนยันระยะเวลาใช้งานต่อการชาร์จได้

10. ทำไมต้องติดตั้ง RTC Battery?

RTC Battery ช่วยรักษาข้อมูลเวลาของระบบ Raspberry Pi 5 เมื่อไม่มีไฟเลี้ยงหลัก ไม่ใช่แบตเตอรี่สำหรับจ่ายไฟให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

11. Cyberdeck ต้องพิมพ์ 3D หรือไม่?

ไม่จำเป็น คู่มือระบุวิธีสร้างโครงสร้างหลายแบบ เช่น 3D Printing, Laser Cutting, Plastic Sheet, Foam Board และ Plywood

12. สามารถเพิ่ม Raspberry Pi Pico ได้หรือไม่?

ได้ในฐานะแนวทาง Customization ที่ Raspberry Pi แนะนำ เช่น ใช้เป็น Microcontroller สำหรับควบคุม LED, Switch หรืออุปกรณ์เพิ่มเติมที่ออกแบบไว้

13. Cyberdeck สามารถกันน้ำได้หรือไม่?

ตัวอย่างใช้กระเป๋าที่มีคุณสมบัติกันน้ำ แต่ Source ไม่ได้รับรองว่าตัว Cyberdeck ที่ดัดแปลงและประกอบเสร็จแล้วยังคงมีระดับการป้องกันน้ำเดิม

14. มีไฟล์ STL สำหรับสร้างตัวเครื่องหรือไม่?

คู่มือกล่าวถึง 3D Printing และการผลิตชิ้นส่วนยึด แต่แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบไม่ได้ให้ Direct Download URL ของไฟล์ STL ที่ยืนยันได้สำหรับตัวอย่างทั้งหมด

15. สามารถใช้งาน Cyberdeck เพื่อเขียนโปรแกรมได้หรือไม่?

Raspberry Pi ระบุว่า Pi 5 เหมาะกับงานเขียนโปรแกรมและการควบคุมโปรเจกต์ Raspberry Pi อื่น ๆ โดยลักษณะการใช้งานจริงขึ้นกับระบบปฏิบัติการและ Software ที่ติดตั้ง

สรุป: Cyberdeck คือโปรเจกต์ที่รวม Hardware และการออกแบบไว้ด้วยกัน

Raspberry Pi Cyberdeck แสดงให้เห็นว่าคอมพิวเตอร์พกพาไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเหมือน Laptop เสมอไป เพราะผู้สร้างสามารถนำ Single Board Computer, Display, Keyboard, Power System และ Case มารวมเป็นระบบที่ตอบโจทย์ของตัวเองได้

ในตัวอย่างทางการ Raspberry Pi ใช้ Pi 5, Touch Display 2 ขนาด 7 นิ้ว, Bluetooth Keyboard, USB Audio, Storage และระบบ LiPo Battery ติดตั้งไว้ในกระเป๋าแข็งขนาดกะทัดรัด

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของโปรเจกต์นี้ไม่ใช่เพียงตัวเครื่องที่ประกอบเสร็จ แต่เป็นกระบวนการวางแผน Hardware ตั้งแต่เลือกชิ้นส่วน ประเมินกำลังไฟ ทดลอง Layout ไปจนถึงออกแบบโครงสร้างสำหรับใช้งานจริง

สำหรับ Maker หรือ Developer ที่ต้องการเริ่มต้น ควรเริ่มจากการกำหนดว่าต้องการให้ Cyberdeck ทำหน้าที่อะไร จากนั้นค่อยเลือกอุปกรณ์ที่จำเป็น และทดลองระบบก่อนประกอบลง Case

ข้อคิดจากโปรเจกต์: Cyberdeck ที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์มากที่สุด แต่ควรเป็นเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดี มีระบบไฟที่ปลอดภัย และสามารถดูแลหรือปรับแต่งต่อได้

References / แหล่งข้อมูลต้นฉบับ

  1. Electronics Weekly — A Computer in a Suitcase
  2. Raspberry Pi — Create Your Own Cyberdeck
  3. Raspberry Pi Official Magazine — Issue 168, Cyberdeck Projects
  4. Raspberry Pi — Raspberry Pi 5 Product Information
  5. Raspberry Pi — Touch Display 2 Documentation
  6. Raspberry Pi — Raspberry Pi Imager and Software

สนใจสร้าง Raspberry Pi หรือ Electronics DIY Project?

หากกำลังเริ่มพัฒนาโปรเจกต์ Raspberry Pi, Embedded System หรือ Electronics และต้องการเลือก Development Board, Display, Sensor และ Electronic Components ให้เหมาะกับงาน สามารถศึกษาสินค้าและบริการของ Globaltronic หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมงานได้

สำหรับงาน DIY ที่ต้องใช้หลายอุปกรณ์ร่วมกัน ควรเริ่มจากการตรวจสอบ Specification, Interface และ Power Requirement ก่อนเลือกซื้อ เพื่อให้การออกแบบระบบเป็นไปตามความต้องการของโครงการ

ช้อปสินค้าและบริการ Globaltronic

เข้าร่วม Community

สอบถามทีมงานผ่าน LINE OA

แชร์บทความนี้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ