Medical IoT ในบ้านคาดแตะ 160 ล้านอุปกรณ์ภายในปี 2030
ลองนึกภาพว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่อยู่ในบ้านสามารถส่งข้อมูลสุขภาพไปยังทีมรักษาได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลระดับน้ำตาลในเลือด การใช้งานเครื่องช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือข้อมูลการทำงานของอุปกรณ์ติดตามหัวใจ
นี่คือหนึ่งในแนวทางของ Connected Home Medical Monitoring หรือระบบติดตามข้อมูลผู้ป่วยจากที่บ้านด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เชื่อมต่อเครือข่าย
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Berg Insight ระบุว่า ทั่วโลกมี Connected Home Medical Monitoring Devices ใช้งานประมาณ 92.7 ล้านอุปกรณ์ในปี 2025 และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็น 159.7 ล้านอุปกรณ์ภายในปี 2030 หรือเติบโตเฉลี่ย 11.5% ต่อปี
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงจำนวนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น เพราะระบบ Healthcare IoT กำลังเปลี่ยนจากการเชื่อมต่ออุปกรณ์เพื่อส่งข้อมูล ไปสู่การสร้างระบบที่รวม Medical Device, Connectivity, Software Platform และ Data Analytics เข้ากับกระบวนการดูแลผู้ป่วยจริง
บทความนี้จะพาไปดูว่า Medical IoT คืออะไร ตลาดกำลังเติบโตในกลุ่มไหน และมีความหมายอย่างไรต่อ Developer, IoT Solution Provider และ System Integrator ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Healthcare
สรุปประเด็นสำคัญของตลาด Medical IoT
- ปี 2025 มี Connected Home Medical Monitoring Devices ใช้งานทั่วโลกประมาณ 92.7 ล้านอุปกรณ์
- Berg Insight คาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็น 159.7 ล้านอุปกรณ์ภายในปี 2030
- อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี หรือ CAGR อยู่ที่ 11.5% ในช่วงปี 2025–2030
- Sleep Therapy เป็นกลุ่มการใช้งานที่ใหญ่ที่สุด
- Diabetes Management เป็นกลุ่มอันดับสอง มี 19.5 ล้านการเชื่อมต่อในปี 2025
- Cardiac Rhythm Management เป็นอีกหนึ่งตลาดหลักของ Connected Medical Devices
- กลุ่มที่คาดว่าจะเติบโตเร็ว ได้แก่ Diabetes Management, Remote ECG และ Medication Compliance
- Software Platform และ Data Analytics มีบทบาทมากขึ้นในการเชื่อมข้อมูลอุปกรณ์เข้ากับระบบการดูแลผู้ป่วย
- AI และ Machine Learning เป็นเทคโนโลยีที่ Berg Insight มองว่ามีศักยภาพสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจของบุคลากรทางการแพทย์
ข้อสำคัญ: ตัวเลข 159.7 ล้านหมายถึงจำนวนอุปกรณ์ที่คาดว่าจะใช้งาน ไม่ใช่จำนวนผู้ป่วย 159.7 ล้านคน และไม่ใช่ยอดขายอุปกรณ์รายปี
Connected Home Medical Monitoring คืออะไร?
Connected Home Medical Monitoring คือการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพหรือการรักษาของผู้ป่วยจากที่บ้าน โดยข้อมูลสามารถถูกนำไปใช้ประกอบการดูแลรักษาผ่านระบบที่ผู้ให้บริการทางการแพทย์กำหนด
เทคโนโลยีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Remote Patient Monitoring (RPM) และ Mobile Health หรือ mHealth ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำระบบดิจิทัลมาใช้สนับสนุนบริการสุขภาพนอกสถานพยาบาล
ทำไมต้องมีระบบติดตามผู้ป่วยจากที่บ้าน?
การดูแลผู้ป่วยบางประเภทต้องอาศัยข้อมูลจากหลายช่วงเวลา ไม่ใช่เพียงค่าที่วัดได้ในวันที่เข้าพบแพทย์
อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายช่วยให้สามารถจัดเก็บและส่งข้อมูลการติดตามในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการดูแลที่บุคลากรทางการแพทย์รับผิดชอบ
ตัวอย่างการใช้งานในรายงาน Berg Insight ได้แก่การติดตาม Sleep Therapy, Diabetes Management, อุปกรณ์ควบคุมจังหวะหัวใจแบบฝัง และระบบติดตามการใช้ยา
ต่างจาก Smartwatch หรือ Fitness Tracker อย่างไร?
จุดสำคัญอยู่ที่ขอบเขตการนับอุปกรณ์ของรายงาน
Berg Insight นับเฉพาะ Connected Medical Devices ที่ผู้ป่วยใช้อยู่ในโครงการดูแลสุขภาพหรือแผนการรักษาที่กำหนด ส่วนอุปกรณ์สำหรับ Personal Wellness และ Fitness Tracking ที่ใช้นอกโครงการเหล่านั้นไม่ได้รวมอยู่ในตัวเลขคาดการณ์นี้
ดังนั้นจึงไม่ควรนำตัวเลข 159.7 ล้านอุปกรณ์ไปเปรียบเทียบกับยอดขาย Smartwatch หรือ Wearable Device ทั้งตลาดโดยตรง
ตลาด Medical IoT กำลังเติบโตแค่ไหน?
รายงาน mHealth and Home Monitoring ของ Berg Insight ระบุว่าจำนวน Connected Home Medical Monitoring Devices ที่ใช้งานทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 92.7 ล้านอุปกรณ์ ณ สิ้นปี 2025
บริษัทวิจัยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็น 159.7 ล้านอุปกรณ์ภายในปี 2030 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 11.5%
| รายการ | ข้อมูล | สถานะ |
|---|---|---|
| ปี 2025 | 92.7 ล้านอุปกรณ์ | จำนวนใช้งานที่ Berg Insight ประเมิน |
| ปี 2030 | 159.7 ล้านอุปกรณ์ | ค่าคาดการณ์ |
| CAGR 2025–2030 | 11.5% | อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีตามรายงาน |
| Diabetes Management ปี 2025 | 19.5 ล้านการเชื่อมต่อ | จำนวน Connections ของกลุ่มการใช้งาน |
Installed Base คืออะไร?
Installed Base หมายถึงจำนวนอุปกรณ์ที่มีการใช้งานอยู่ในช่วงเวลาที่ประเมิน แตกต่างจากจำนวนอุปกรณ์ที่จำหน่ายได้ในแต่ละปี
การเพิ่มขึ้นของ Installed Base อาจสะท้อนการนำระบบติดตามผู้ป่วยไปใช้งานมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจำนวนผู้ป่วย รายได้ของผู้ผลิต หรือผลลัพธ์ทางการแพทย์จะเติบโตในสัดส่วนเดียวกันเสมอไป
อะไรเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโต?
รายงานอธิบายว่าความต้องการติดตามโรคเรื้อรัง การใช้งานอุปกรณ์เบาหวานแบบเชื่อมต่อ และการขยายโครงการติดตามผู้ป่วยจากระยะไกลเป็นองค์ประกอบสำคัญของตลาด
อีกปัจจัยหนึ่งคือการพัฒนา Software Platform ที่ช่วยจัดการข้อมูลจากอุปกรณ์หลายประเภท และนำข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการให้บริการทางการแพทย์
Sleep Therapy ยังเป็นตลาด Connected Medical Monitoring ที่ใหญ่ที่สุด
จากข้อมูลของ Berg Insight กลุ่ม Sleep Therapy เป็นกลุ่มการใช้งานที่มีจำนวน Connected Home Medical Monitoring Devices มากที่สุดในตลาด
ระบบประเภทนี้เกี่ยวข้องกับการติดตามข้อมูลการใช้เครื่องรักษาความผิดปกติของการหายใจระหว่างนอนหลับ โดยการเชื่อมต่อเครือข่ายช่วยสนับสนุนการเก็บข้อมูลการใช้งานและการติดตามความต่อเนื่องของการรักษา
ผู้ผลิตรายสำคัญ
- ResMed
- Philips
- BMC Medical
- Löwenstein Medical Technology
Berg Insight ระบุว่า ResMed มีบทบาทสำคัญในตลาดนี้ และจำนวนผู้ป่วย Sleep Therapy ที่ได้รับการติดตามจากระยะไกลเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2018
ส่วนหนึ่งของการเติบโตมาจากข้อกำหนดด้านการติดตามความต่อเนื่องในการรักษาที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ทำไม Connectivity จึงสำคัญ?
อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อสามารถสนับสนุนการส่งข้อมูลการใช้งานไปยังระบบติดตามที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้ให้บริการดูแลผู้ป่วยมีข้อมูลประกอบการประเมินความต่อเนื่องของการรักษา
อย่างไรก็ตาม การมีระบบเชื่อมต่อไม่ได้รับประกันว่าผู้ป่วยแต่ละรายจะมีผลการรักษาดีขึ้น เพราะประสิทธิผลยังขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและการประเมินของบุคลากรทางการแพทย์
Diabetes Management โตจาก CGM และ Connected Insulin Delivery
Diabetes Management เป็นกลุ่มการใช้งาน Connected Home Medical Monitoring ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง ตามผลวิจัยของ Berg Insight
รายงานระบุว่ากลุ่มนี้มีจำนวน 19.5 ล้านการเชื่อมต่อทั่วโลกในปี 2025 โดยการเติบโตเกี่ยวข้องกับการใช้ Continuous Glucose Monitoring และอุปกรณ์จ่ายอินซูลินที่รองรับการเชื่อมต่อมากขึ้น
Continuous Glucose Monitoring หรือ CGM คืออะไร?
CGM เป็นเทคโนโลยีสำหรับติดตามข้อมูลระดับกลูโคสตามระบบที่อุปกรณ์ได้รับการออกแบบและรับรอง โดยสามารถจัดเก็บข้อมูลจากการติดตามต่อเนื่องตามความสามารถของอุปกรณ์แต่ละรุ่น
เมื่อระบบรองรับการเชื่อมต่อ ข้อมูลสามารถถูกนำเข้าสู่ Application หรือ Platform ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยได้ตามรูปแบบที่ผู้ให้บริการกำหนด
Connected Insulin Delivery
อีกกลุ่มหนึ่งคือระบบจ่ายอินซูลินที่รองรับการเชื่อมต่อ ซึ่งช่วยให้มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานหรือการรักษาสำหรับระบบที่ออกแบบไว้
การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ทุกระบบสามารถปรับการจ่ายยาได้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบความสามารถและข้อกำหนดทางการแพทย์ของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น
บริษัทที่เกี่ยวข้องกับตลาด
- Abbott
- Dexcom
- Insulet
- Tandem Diabetes Care
- MiniMed
Berg Insight คาดการณ์ว่า Diabetes Management จะยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตเร็วในช่วงจนถึงปี 2030
ข้อควรทราบ: ตัวเลข 19.5 ล้านเป็น Connections ในกลุ่ม Diabetes Management ไม่ใช่จำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลก และไม่ใช่จำนวน CGM ที่ขายได้ในปีเดียว
Cardiac Monitoring และ Remote ECG: การติดตามหัวใจจากระยะไกล
Cardiac Rhythm Management หรือ CRM เป็นอีกกลุ่มสำคัญของ Connected Medical Devices โดยเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์สำหรับการจัดการหรือเฝ้าติดตามความผิดปกติของจังหวะหัวใจ
Berg Insight ระบุว่าผู้ผลิตในตลาดนี้เริ่มนำความสามารถด้านการเชื่อมต่อมาใช้กับอุปกรณ์แบบฝังมานานกว่าสองทศวรรษแล้ว
ผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องกับ CRM
- Medtronic
- Abbott
- Boston Scientific
- BIOTRONIK
การเชื่อมต่ออุปกรณ์กลุ่มนี้สนับสนุนการติดตามข้อมูลจากระยะไกลตามความสามารถและการตั้งค่าของระบบดูแลรักษาแต่ละประเภท
Remote ECG Monitoring
Electrocardiogram หรือ ECG เป็นการตรวจวัดสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจ โดย Remote ECG Monitoring เป็นกลุ่มการใช้งานที่นำเทคโนโลยีการเชื่อมต่อมาใช้สนับสนุนการติดตามข้อมูลจากระยะไกล
Berg Insight คาดว่า Remote ECG Monitoring จะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการเติบโตเร็วในช่วงห้าปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุค่าความแม่นยำของ ECG Device แต่ละรุ่น ความไวในการตรวจพบความผิดปกติ หรือผลลัพธ์ทางคลินิกที่นำมาเปรียบเทียบกันได้ จึงไม่สามารถใช้รายงานตลาดนี้ยืนยันประสิทธิภาพทางการแพทย์ของอุปกรณ์เฉพาะรุ่นได้
Medication Compliance Monitoring: ระบบติดตามการใช้ยากำลังได้รับความสนใจ
Medication Compliance หรือ Medication Adherence เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการติดตามว่าผู้ป่วยใช้ยาตามแผนการรักษาที่กำหนดหรือไม่
ระบบ Connected Healthcare บางประเภทสามารถสนับสนุนการเก็บข้อมูลการใช้งานหรือการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการใช้ยา โดยขึ้นอยู่กับฟังก์ชันของอุปกรณ์และ Platform ที่ใช้งาน
ในรายงาน Berg Insight กลุ่ม Medication Compliance Monitoring ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่คาดว่าจะเติบโตเร็วไปจนถึงปี 2030
ความท้าทายของระบบติดตามการใช้ยา
สิ่งสำคัญคือข้อมูลที่อุปกรณ์บันทึกต้องถูกตีความอย่างเหมาะสม เพราะสถานะการเปิดอุปกรณ์ การแจ้งเตือน หรือการตอบสนองใน Application ไม่จำเป็นต้องยืนยันได้ว่าผู้ป่วยรับประทานยาจริงตามขนาดและเวลาที่กำหนดทุกครั้ง
ดังนั้นการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการดูแลควรอยู่ภายใต้กระบวนการที่ผู้ให้บริการทางการแพทย์กำหนด
Medical IoT Ecosystem ทำงานอย่างไร?
เมื่อจำนวนอุปกรณ์เพิ่มขึ้น สิ่งที่ต้องพัฒนาไม่ได้มีเพียง Hardware ที่สามารถวัดข้อมูลได้ แต่รวมถึงโครงสร้างการส่ง จัดเก็บ และนำข้อมูลไปใช้ในระบบ Healthcare ด้วย
ในภาพรวม Connected Home Medical Monitoring ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญหลายส่วนที่ต้องทำงานร่วมกัน
1. Connected Medical Devices
อุปกรณ์ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการติดตามการรักษา เช่น ข้อมูลการใช้เครื่อง Sleep Therapy, ข้อมูลระดับกลูโคส หรือข้อมูลจากอุปกรณ์ติดตามหัวใจ
2. Connectivity
ระบบการเชื่อมต่อทำหน้าที่ส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล โดยแต่ละผลิตภัณฑ์อาจใช้รูปแบบการเชื่อมต่อแตกต่างกัน
Source หลักไม่ได้ระบุ Network Protocol หรือการออกแบบ Connectivity Architecture ของอุปกรณ์ทุกกลุ่ม จึงไม่ควรสรุปว่า Medical IoT ทั้งหมดใช้เทคโนโลยีไร้สายประเภทเดียวกัน
3. Software และ Data Platform
Software Platform สนับสนุนการรับข้อมูล การจัดการข้อมูลจากหลายอุปกรณ์ และการจัดแสดงข้อมูลให้กับผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องตามสิทธิ์การเข้าถึงและกระบวนการของระบบ
4. Healthcare Workflow
ข้อมูลที่ถูกรวบรวมต้องสามารถนำไปประกอบการทำงานของทีมรักษาได้ตามรูปแบบการดูแลผู้ป่วย เช่น การติดตามข้อมูลที่ผิดปกติ การพิจารณาความต่อเนื่องในการรักษา หรือการติดต่อกลับตามกระบวนการที่กำหนด
ประเด็นสำคัญ: การเก็บข้อมูลได้จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าระบบสร้างคุณค่าทางการแพทย์ได้มากขึ้นเสมอไป คุณค่าของข้อมูลขึ้นอยู่กับความถูกต้อง ความเหมาะสม และการนำไปใช้ในกระบวนการดูแลจริง
องค์ประกอบข้างต้นเป็นการสรุปเชิงแนวคิดจากประเด็นในรายงาน ไม่ใช่ Block Diagram หรือ Architecture ที่รับรองสำหรับ Medical Device รุ่นใดรุ่นหนึ่ง
ทำไม Software Platform จึงสำคัญมากขึ้นในตลาด Healthcare IoT?
รายงาน Berg Insight ให้ความสำคัญกับ mHealth Software และ Services เพิ่มขึ้น เพราะการติดตามผู้ป่วยจากระยะไกลต้องอาศัยการจัดการข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์หลายประเภท ไม่ใช่เพียงการเชื่อมต่อ Device เข้ากับอินเทอร์เน็ต
Software Platform มีบทบาทในการรวบรวม วิเคราะห์ และบริหารข้อมูลสำหรับโครงการ Remote Patient Monitoring รวมถึงการสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการและบุคลากรทางการแพทย์
ตัวอย่างบริษัทในระบบนิเวศ Software และ Services
- Huma Therapeutics
- Doccla
- Teladoc Health
- CareSimple
- Current Health
บริษัทเหล่านี้เป็นตัวอย่างผู้ให้บริการที่ Berg Insight กล่าวถึงในตลาด mHealth Software และ Services โดยไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทให้บริการฟังก์ชันเหมือนกันทั้งหมด
จาก Device Connectivity ไปสู่ Data Integration
เมื่อระบบต้องรองรับอุปกรณ์จากหลายผู้ผลิต ข้อมูลอาจมีโครงสร้าง รูปแบบการส่ง และข้อกำหนดในการใช้งานแตกต่างกัน
การนำข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่ระบบดูแลผู้ป่วยจึงทำให้ Device Interoperability และ Data Integration กลายเป็นประเด็นสำคัญของโครงการ
ข้อมูลที่ส่งถึงระบบ ต้องนำไปใช้งานได้จริง
ในบริบท Healthcare IoT ความสำเร็จของการเชื่อมต่อไม่ควรวัดเพียงว่าอุปกรณ์ส่งข้อมูลสำเร็จหรือไม่ แต่ควรพิจารณาด้วยว่าระบบสามารถส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องไปยังผู้เกี่ยวข้องได้ตามความต้องการของกระบวนการดูแลหรือไม่
นี่เป็นเหตุผลที่ Berg Insight มองว่าโอกาสของตลาดกำลังขยายจากการผลิต Connected Hardware ไปสู่ Software, Data Analytics และบริการสนับสนุนการดูแลผู้ป่วย
AI และ Machine Learning จะเข้ามาช่วย Remote Patient Monitoring ได้อย่างไร?
เมื่ออุปกรณ์ทางการแพทย์สามารถเก็บข้อมูลได้ต่อเนื่องมากขึ้น ระบบ Healthcare ก็ต้องมีวิธีจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากให้เกิดประโยชน์
Berg Insight มองว่า Artificial Intelligence และ Machine Learning มีศักยภาพในการสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ และช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์มองเห็นสัญญาณที่อาจต้องได้รับความสนใจ
AI อาจช่วยสนับสนุนด้านใดบ้าง?
- วิเคราะห์ข้อมูลการติดตามจากอุปกรณ์หลายช่วงเวลา
- ช่วยระบุรูปแบบข้อมูลที่อาจบ่งชี้ว่าควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
- สนับสนุนการจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่ทีมรักษาต้องตรวจสอบ
- ช่วยให้ Healthcare Workflow นำข้อมูลจาก Remote Monitoring มาใช้ประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น
แนวทางเหล่านี้เป็นศักยภาพที่รายงานกล่าวถึง ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าระบบ AI ทุกชนิดสามารถทำงานดังกล่าวได้อย่างแม่นยำหรือได้รับการรับรองสำหรับการใช้ทางการแพทย์แล้ว
AI ไม่ได้แทนที่การประเมินของแพทย์
ข้อมูลจาก Sensor และผลวิเคราะห์ของ AI ต้องถูกนำไปใช้ภายใต้ระบบที่มีการประเมินความเหมาะสมของการใช้งานจริง
Source ไม่ได้ให้ค่า Sensitivity, Specificity, False Alarm Rate หรือผล Clinical Validation ของโมเดล AI ใดเป็นพิเศษ จึงไม่สามารถกล่าวอ้างได้ว่า AI สามารถวินิจฉัยโรคได้แม่นยำหรือทดแทนบุคลากรทางการแพทย์
ประเด็นนี้สะท้อนว่าการมีข้อมูลมากขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่คุณภาพของข้อมูล ความถูกต้องของการวิเคราะห์ และการนำผลไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยมีความสำคัญไม่แพ้กัน
ตลาด Medical IoT มีความหมายอย่างไรต่อ Developer และ System Integrator?
จำนวน Connected Medical Devices ที่เพิ่มขึ้นอาจเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนา Hardware, Connectivity และ Software เข้ามามีบทบาทในระบบติดตามผู้ป่วยจากระยะไกลมากขึ้น
แต่หากมองจากฝั่งวิศวกรรม ความท้าทายไม่ได้จบลงที่การออกแบบอุปกรณ์ให้เชื่อมต่อเครือข่ายได้เท่านั้น
1. Embedded Hardware Development
ผู้พัฒนา Embedded System มีบทบาทในการออกแบบและประเมิน Hardware ที่สามารถทำงานร่วมกับ Sensor, Processor, Memory และอุปกรณ์สื่อสารที่เหมาะกับข้อกำหนดของโครงการ
อย่างไรก็ตาม Medical Device ต้องมีข้อกำหนดด้านการออกแบบและการประเมินเฉพาะทาง ไม่สามารถนำ Development Board ทั่วไปมาใช้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผ่านการรับรองได้โดยอัตโนมัติ
2. Connectivity Solutions
ระบบ Remote Patient Monitoring ต้องคำนึงถึงการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน เช่น บ้านของผู้ป่วยที่มีระบบ Network และสัญญาณแตกต่างกัน
สำหรับ IoT Solution Provider ประเด็นที่ควรศึกษา ได้แก่ความน่าเชื่อถือของการเชื่อมต่อ ความต่อเนื่องของการส่งข้อมูล และการตรวจสอบสถานะอุปกรณ์เมื่อเกิดปัญหา
3. Software Integration
ความต้องการเชื่อมข้อมูลจากอุปกรณ์หลายกลุ่มเข้ากับระบบติดตามผู้ป่วย ทำให้ Software Integration และ Interoperability เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณาตั้งแต่ช่วงออกแบบ
แต่การรองรับอุปกรณ์จากหลายผู้ผลิตขึ้นอยู่กับ Documentation, Interface และการอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลของแต่ละระบบ จึงไม่สามารถสมมติ API หรือรูปแบบการเชื่อมต่อขึ้นมาเองได้
4. Data Analytics และ Monitoring Platform
เมื่อข้อมูลจาก Device เพิ่มขึ้น ระบบวิเคราะห์และจัดการข้อมูลมีบทบาทในการช่วยนำข้อมูลไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
โอกาสด้าน Software จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Dashboard แต่รวมถึงระบบที่ช่วยให้ข้อมูลจากหลายแหล่งถูกจัดการอย่างเหมาะสมใน Healthcare Workflow
5. การดูแลระบบระยะยาว
Connected Device ที่อยู่ในบ้านผู้ป่วยอาจต้องทำงานร่วมกับ Network และ Software Service ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
การออกแบบระบบจึงควรคำนึงถึงการบำรุงรักษา การจัดการสถานะอุปกรณ์ และการรองรับความเปลี่ยนแปลงของระบบตลอดช่วงการใช้งาน
หัวข้อเหล่านี้เป็นแนวทางพิจารณาเชิงวิศวกรรมจากแนวโน้มตลาด ไม่ใช่การรับรองว่าโครงการใดจะสร้างรายได้หรือผ่านข้อกำหนดด้าน Medical Device ได้โดยอัตโนมัติ
ข้อควรรู้ก่อนออกแบบระบบ Healthcare IoT
Medical IoT แตกต่างจาก Consumer IoT ทั่วไปตรงที่ข้อมูลและอุปกรณ์อาจถูกนำไปใช้ประกอบการดูแลสุขภาพหรือการรักษาผู้ป่วย การประเมินความเหมาะสมของระบบจึงต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของข้อมูล
Device Accuracy และ Clinical Validation
หากอุปกรณ์ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ ต้องประเมินความแม่นยำและหลักฐานสนับสนุนการใช้งานตามประเภทของอุปกรณ์จริง
ตัวเลขจำนวนอุปกรณ์ในตลาดไม่ได้บ่งบอกว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นมี Accuracy เท่ากันหรือเหมาะกับการรักษาทุกประเภท
Data Security และ Privacy
ข้อมูลสุขภาพอาจมีความอ่อนไหวสูง การออกแบบระบบจึงควรพิจารณาการจัดการสิทธิ์การเข้าถึง การปกป้องข้อมูล และการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่ให้บริการ
Source ไม่ได้ระบุ Security Architecture หรือ Certification ของระบบแต่ละบริษัท จึงไม่สามารถนำข้อมูลตลาดไปใช้ยืนยันว่าผู้ให้บริการรายใดมีระดับความปลอดภัยตามมาตรฐานเฉพาะได้
Device Interoperability
หาก Platform ต้องรับข้อมูลจากอุปกรณ์หลายผู้ผลิต จำเป็นต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลในรูปแบบที่ระบบรองรับได้จริง
Connectivity Reliability
ระบบต้องพิจารณาสถานการณ์ที่ Device ไม่สามารถเชื่อมต่อได้หรือข้อมูลถูกส่งล่าช้า และกำหนดแนวทางจัดการที่เหมาะสมกับความสำคัญของข้อมูลแต่ละประเภท
Clinical Workflow
ข้อมูลที่ส่งเข้าระบบควรมีผู้รับผิดชอบและแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนตามการออกแบบของ Healthcare Programme เพราะการมี Dashboard ไม่ได้หมายความว่าจะมีบุคลากรติดตามข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ
รายงาน mHealth and Home Monitoring จาก Berg Insight
ข้อมูลคาดการณ์ในบทความนี้มาจากรายงานวิจัยตลาด mHealth and Home Monitoring — 13th Edition ของ Berg Insight ซึ่งเผยแพร่ในเดือนตุลาคม 2026
รายงานดังกล่าวครอบคลุมพัฒนาการของ Connected Medical Devices, Remote Patient Monitoring, mHealth Software และ Services รวมถึงแนวโน้มตลาดในช่วงหลายปีข้างหน้า
ข้อมูลรายงาน
- ชื่อรายงาน: mHealth and Home Monitoring — 13th Edition
- ผู้จัดทำ: Berg Insight
- เผยแพร่: ตุลาคม 2026
- ขนาดรายงานฉบับเต็ม: 420 หน้า
- เนื้อหาหลัก: Connected Healthcare, Remote Monitoring, Market Forecast และ Industry Analysis
แหล่งข่าวได้แนบไฟล์ Brochure ของรายงานไว้สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
เปิด PDF Brochure — Berg Insight mHealth and Home Monitoring
PDF ที่เชื่อมโยงเป็นเอกสารแนะนำรายงาน ไม่ใช่รายงานการวิจัยฉบับเต็ม 420 หน้า
ดูรายละเอียดรายงาน mHealth and Home Monitoring ฉบับที่ 13
การใช้ตัวเลขรายงานในงานวิเคราะห์เชิงธุรกิจควรตรวจสอบนิยามตลาด ขอบเขตการนับอุปกรณ์ และช่วงเวลาที่ใช้อ้างอิงให้ตรงกัน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Medical IoT และ Remote Patient Monitoring
1. Connected Home Medical Monitoring คืออะไร?
เป็นการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการติดตามข้อมูลสุขภาพหรือการรักษาของผู้ป่วยจากที่บ้านภายใต้ระบบดูแลที่กำหนด
2. ตลาด Medical IoT จะมี 160 ล้านอุปกรณ์ในปี 2030 จริงหรือไม่?
เป็นผลคาดการณ์ของ Berg Insight ที่ประเมินว่าจะมี 159.7 ล้านอุปกรณ์ในปี 2030 ไม่ใช่จำนวนที่เกิดขึ้นแล้ว
3. ในปี 2025 มี Connected Home Medical Monitoring Devices เท่าไร?
Berg Insight ประเมินว่ามี 92.7 ล้านอุปกรณ์ที่ใช้งานทั่วโลก ณ สิ้นปี 2025
4. ตัวเลข 159.7 ล้านหมายถึงจำนวนผู้ป่วยหรือไม่?
ไม่ใช่ เป็นจำนวน Connected Medical Monitoring Devices ที่คาดว่าจะใช้งาน ไม่ใช่จำนวนผู้ป่วยแต่ละราย
5. รายงานนี้นับ Smartwatch และ Fitness Tracker ด้วยหรือไม่?
ไม่รวม Consumer Wellness และ Personal Health Tracking Devices ที่ใช้นอกโครงการดูแลทางการแพทย์ตามขอบเขตของรายงาน
6. CAGR ของตลาดนี้เท่าไร?
Berg Insight คาดการณ์ Compound Annual Growth Rate อยู่ที่ 11.5% ในช่วงปี 2025–2030
7. Medical IoT กลุ่มใดมีจำนวนอุปกรณ์มากที่สุด?
Sleep Therapy เป็นกลุ่มการใช้งานที่ใหญ่ที่สุดตามข้อมูล Berg Insight
8. Diabetes Management มีจำนวนการเชื่อมต่อเท่าไร?
มี 19.5 ล้านการเชื่อมต่อทั่วโลกในปี 2025 ตามข้อมูลของ Berg Insight
9. CGM คืออะไร?
CGM ย่อมาจาก Continuous Glucose Monitoring เป็นเทคโนโลยีสำหรับติดตามข้อมูลระดับกลูโคสตามความสามารถของอุปกรณ์ที่ใช้
10. Cardiac Rhythm Management คืออะไร?
CRM เป็นกลุ่มระบบและอุปกรณ์สำหรับการจัดการหรือเฝ้าติดตามความผิดปกติของจังหวะหัวใจ โดยบางประเภทมีความสามารถส่งข้อมูลสำหรับ Remote Monitoring
11. กลุ่ม Medical IoT ใดคาดว่าจะโตเร็วถึงปี 2030?
Berg Insight ระบุ Diabetes Management, Remote ECG Monitoring และ Medication Compliance Monitoring เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะเติบโตเร็ว
12. Remote Patient Monitoring จำเป็นต้องใช้ AI หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องมี AI ในทุกระบบ เพราะ Remote Monitoring สามารถใช้ Connected Device และ Software Platform ในการจัดการข้อมูลได้ ส่วน AI เป็นความสามารถเพิ่มเติมที่อาจช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ในระบบที่เหมาะสม
13. AI สามารถวินิจฉัยโรคแทนแพทย์ได้หรือไม่?
ข้อมูลวิจัยที่ใช้ไม่ได้ยืนยันว่า AI สามารถทดแทนการวินิจฉัยของแพทย์ หรือระบุประสิทธิภาพของ AI Model ใดโดยเฉพาะ
14. ทำไม Medical IoT ต้องมี Software Platform?
Software Platform ช่วยสนับสนุนการรวบรวม จัดการ และนำข้อมูลจากอุปกรณ์ไปใช้ในกระบวนการติดตามผู้ป่วย โดยความสามารถจริงขึ้นอยู่กับระบบที่เลือกใช้
15. Medical IoT ใช้ Network Protocol อะไร?
อุปกรณ์และระบบ Healthcare IoT สามารถมีเทคโนโลยีเชื่อมต่อแตกต่างกัน แต่ Source หลักไม่ได้ระบุ Protocol ที่ใช้กับทุกอุปกรณ์ในรายงานนี้ จึงไม่สามารถสรุปมาตรฐานเดียวที่ครอบคลุมทั้งตลาดได้
16. มีข้อมูลตลาด Medical IoT เฉพาะประเทศไทยหรือไม่?
แหล่งข้อมูลที่ใช้เป็นการประเมินตลาดระดับโลก และไม่ได้ระบุตัวเลขจำนวนอุปกรณ์เฉพาะประเทศไทย
สรุป: Medical IoT กำลังเติบโตจากอุปกรณ์เชื่อมต่อสู่ระบบ Healthcare ที่ทำงานร่วมกัน
ตัวเลขคาดการณ์ Connected Home Medical Monitoring Devices ที่เพิ่มจาก 92.7 ล้านอุปกรณ์ในปี 2025 เป็น 159.7 ล้านอุปกรณ์ในปี 2030 สะท้อนแนวโน้มการนำระบบติดตามผู้ป่วยจากระยะไกลไปใช้งานมากขึ้น
กลุ่มการใช้งานหลักอย่าง Sleep Therapy, Diabetes Management และ Cardiac Rhythm Management ยังคงมีบทบาทสำคัญ ขณะที่ Remote ECG และ Medication Compliance เป็นกลุ่มที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเติบโตเร็ว
แต่ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญไม่ใช่เพียงจำนวน Device เพราะระบบ Healthcare กำลังให้ความสำคัญกับการทำให้ Hardware, Connectivity, Software และ Data Analytics เชื่อมโยงกันมากขึ้น
สำหรับ IoT Developer และ System Integrator แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นว่าการออกแบบ Connected Device ควรพิจารณาทั้งระบบ ตั้งแต่การเก็บข้อมูล ความน่าเชื่อถือในการเชื่อมต่อ ไปจนถึงการบูรณาการข้อมูลเข้าสู่กระบวนการใช้งานจริง
ประเด็นที่ควรติดตาม: โอกาสของ Medical IoT ไม่ได้จบที่การทำให้อุปกรณ์ส่งข้อมูลได้ แต่รวมถึงการสร้างระบบที่สามารถจัดการข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างน่าเชื่อถือและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ทางการแพทย์
References / แหล่งข้อมูลต้นฉบับ
- IoT Business News — Connected Home Medical Monitoring Devices to Reach 160 Million by 2030
- Berg Insight — Connected Home Medical Monitoring Devices Market Findings
- Berg Insight — mHealth and Home Monitoring, 13th Edition (PDF Brochure)
- SEMABIZ — mHealth and Home Monitoring, 13th Edition Report Overview
กำลังพัฒนาระบบ IoT, Sensor หรือ Embedded Electronics?
การพัฒนา Connected Device ต้องพิจารณาความเหมาะสมของ Electronic Components, Sensor, Communication Module และระบบประมวลผลร่วมกันตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
หากกำลังศึกษาโครงการ IoT หรือ Embedded System สามารถศึกษาสินค้าและบริการของ Globaltronic หรือสอบถามทีมงานเกี่ยวกับอุปกรณ์ Electronics และ Components ที่เหมาะกับความต้องการของโครงการได้
สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับ Medical Device ควรตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะของอุตสาหกรรมและการรับรองที่เกี่ยวข้องก่อนนำอุปกรณ์ไปใช้กับผู้ป่วยจริง


