
เวลาไปรับงานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือไซต์งานที่มีมอเตอร์และสายเมนไฟฟ้าพาดผ่านเยอะๆ ช่างและผู้ออกแบบระบบมักจะสเปกสาย LAN เป็นแบบมีชิลด์ฟอยล์หุ้ม (Shielded หรือ F/UTP) เพื่อป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI) มารบกวนสัญญาณข้อมูล
แต่จุดตายที่ทำให้หลายโปรเจกต์สอบตก คือการ “ใช้สายชิลด์ แต่ไม่ได้ทำระบบ Grounding” ครับ!
ทำไมไม่ลงกราวด์ ถึงแย่กว่าใช้สายธรรมดา?
-
จาก “เกราะป้องกัน” กลายเป็น “เสาอากาศ”
แผ่นฟอยล์ที่หุ้มสาย LAN มีหน้าที่ดูดซับคลื่นรบกวน (EMI) เอาไว้ หากเราต่อสายกราวด์ (สายดิน) อย่างถูกต้อง คลื่นกวนเหล่านี้จะถูกระบายทิ้งลงดินไป แต่ถ้าเราปล่อยหัวชิลด์ลอยไว้ ไม่ลงกราวด์ แผ่นฟอยล์ที่ยาวหลายสิบเมตรนี้จะทำหน้าที่เป็น “เสาอากาศ” ขนาดยักษ์ ที่ดูดซับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งหมดเอาไว้
-
คลื่นตีกลับเข้าอุปกรณ์
เมื่อคลื่นที่ดูดซับไว้ไม่มีที่ไประบายออก มันจะสะสมและเหนี่ยวนำเข้าไปกวนคู่สายทองแดงด้านในอย่างรุนแรง หรือไหลเข้าไปกระแทกพอร์ตของ Switch และอุปกรณ์ปลายทาง ทำให้เน็ตเวิร์กรวน สัญญาณหลุด หรืออุปกรณ์พังเร็วกว่ากำหนด
วิธีจบงานสาย Shielded ให้ถูกต้อง 100%
การเดินสายชิลด์ให้ได้ผล ต้องทำระบบกราวด์ (Telecom Grounding) ให้ครบวงจรครับ โดยฝั่งหน้าตู้ Rack ต้องใช้ Shielded Patch Panel และหัว Shielded Jack จาก Panduit (ตัวเมียแบบหุ้มโลหะ) ที่ออกแบบมาให้แนบสนิทกับฟอยล์ของสายและถ่ายเทประจุลงสู่โครงตู้ Rack ที่ต่อสายกราวด์ลงดินไว้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ
งานเดินสายโรงงานโปรเจกต์หน้า ใครใช้สายชิลด์ อย่าลืมกำชับลูกน้องให้เช็กเรื่องการเข้าหัวชิลด์และระบบกราวด์ที่ตู้ Rack กันให้ดีนะครับ! มีใครเคยเจอปัญหาระบบรวนเพราะลืมลงกราวด์สาย LAN บ้างไหมครับ? มาแชร์เป็นวิทยาทานกันหน่อย! 👇
#NetworkCabling #ShieldedCable #FUTP #Grounding #EMI #ITAdmin #ช่างเน็ตเวิร์ก #Panduit


