Globaltronic Intertrade เดินหน้าจัดทำและทวนสอบ Carbon Footprint ขององค์กร
การพูดถึง Sustainability อาจยังไม่เพียงพอ หากองค์กรยังไม่รู้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเองเกิดขึ้นจากกิจกรรมใดบ้าง หนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญจึงคือการวัด จัดหมวดหมู่ และนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ
บริษัท โกลบอลโทรนิค อินเตอร์เทรด จำกัด หรือ GTI ได้จัดทำรายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกขององค์กร สำหรับรอบรายงาน 1 มิถุนายน 2568 – 31 พฤษภาคม 2569 โดยครอบคลุมการปล่อยใน Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 พร้อมนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการทวนสอบโดยหน่วยงานภายนอก
บทความนี้พาไปดูว่าองค์กรวัดอะไรบ้าง ตัวเลขที่ได้สะท้อนอะไร และการทวนสอบข้อมูลมีความหมายอย่างไร โดยยึดข้อมูลจาก Verification Opinion และถ้อยแถลงการทวนสอบของ GTI เป็นหลัก
- ขอบเขตองค์กรใช้แนวทาง Operational Control
- รอบรายงานครอบคลุมวันที่ 1 มิถุนายน 2568 – 31 พฤษภาคม 2569
- รายงานครอบคลุม Scope 1, Scope 2 และ Scope 3
- BSI ระบุระดับการให้ความเชื่อมั่นแบบ Limited Assurance และ Materiality Level 5%
- Total Scope 1+2+3 แบบ Location-based อยู่ที่ 2,751.23 tCO₂e
- รายการ Purchased Goods and Services เป็นรายการที่มีปริมาณสูงที่สุดในข้อมูลที่รายงาน
- ข้อมูลดังกล่าวมี Intended Use เพื่อสนับสนุน Improvement Actions และการสื่อสารกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ทำไม GTI จึงเริ่มจากการวัด Carbon Footprint?
Carbon Footprint ขององค์กรช่วยให้องค์กรเห็นแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ทั้งจากกิจกรรมที่องค์กรควบคุมโดยตรง พลังงานที่ซื้อมาใช้ และกิจกรรมทางอ้อมใน Value Chain
ใน Verification Opinion ของ GTI มีการระบุ Intended Use ของข้อมูลไว้ว่า ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ภายในเพื่อผลักดัน Improvement Actions รวมถึงใช้สื่อสารกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การวัดไม่ได้หมายความว่าองค์กรลดการปล่อยสำเร็จแล้ว แต่เป็นการสร้างข้อมูลตั้งต้นเพื่อทำความเข้าใจว่า การปล่อยเกิดขึ้นจากส่วนใด และจุดใดควรได้รับความสนใจต่อไป
ขอบเขตการรายงานครอบคลุมอะไรบ้าง?
องค์กรที่อยู่ในขอบเขตของรายงานคือ บริษัท โกลบอลโทรนิค อินเตอร์เทรด จำกัด โดยใช้แนวทางกำหนดขอบเขตองค์กรแบบ Operational Control
กิจกรรมทางธุรกิจในขอบเขตที่ BSI ระบุ ครอบคลุมการค้าส่งและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า สินค้าอุตสาหกรรม และอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึง Technical Solutions และ Services ที่เกี่ยวข้อง
Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 ของ GTI คืออะไร?
Scope 1 — Direct GHG Emissions
เป็นการปล่อยโดยตรงจากกิจกรรมภายใต้ขอบเขตขององค์กร ซึ่งรายงานระบุ Mobile Combustion จากการใช้น้ำมันดีเซลในรถขนส่ง และน้ำมันเบนซินในรถบริษัท รวมถึง Fugitive Emissions จากสารทำความเย็นและแหล่งที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำเสียและ Septic Tank
Scope 2 — Indirect Emissions from Imported Energy
ในรอบรายงานนี้ Scope 2 มาจากไฟฟ้าที่ซื้อจากผู้ให้บริการไฟฟ้าในภูมิภาค หรือ PEA
Scope 3 — Indirect GHG Emissions
Scope 3 ครอบคลุมกิจกรรมทางอ้อม เช่น Upstream Transportation, Employee Commuting, Purchased Goods and Services และ Fuel and Energy Related Activities
Carbon Footprint ของ GTI อยู่ที่เท่าไร?
| ประเภท | รายละเอียด | tCO₂e |
|---|---|---|
| Scope 1 | Direct Emissions | 32.79 |
| Scope 2 | Imported Electricity — Location based | 4.71 |
| Scope 3 | Transportation | 34.38 |
| Scope 3 | Products used by organization | 2,679.36 |
| Total Scope 1+2 | 37.50 | |
| Total Scope 1+2+3 | 2,751.23 | |
บทความนี้ใช้ค่าละเอียดจาก BSI Verification Opinion เช่น Scope 1 = 32.79 และ Scope 2 = 4.71 tCO₂e ขณะที่ถ้อยแถลงภาษาไทยสรุปเป็นค่าปัดเศษ Scope 1 = 33, Scope 2 = 5 และ Scope 1+2 = 38 tCO₂e จึงอาจเห็นตัวเลขต่างกันเล็กน้อยระหว่างเอกสารทั้งสองฉบับ
ข้อมูลบอกอะไรเกี่ยวกับแหล่งการปล่อยขององค์กร?
เมื่อดูจากรายการที่รายงาน จะเห็นว่า Scope 3 เป็นส่วนสำคัญของ GHG Inventory รอบนี้ โดยเฉพาะหมวด Purchased Goods and Services ซึ่งมีค่า 2,674.12 tCO₂e
หมวด Products Used by Organization รวมอยู่ที่ 2,679.36 tCO₂e ซึ่งประกอบด้วย Purchased Goods and Services และ Fuel and Energy Related Activities
ตัวเลขไม่ได้บอกเพียงว่าองค์กรปล่อย GHG เท่าไร แต่ยังช่วยแยกให้เห็นว่า การปล่อยมาจากกิจกรรมประเภทไหน ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการกำหนดประเด็นที่ควรศึกษาและติดตามต่อ
ไม่ควรสรุปจากตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวว่า สินค้าใดสินค้าเดียวเป็นสาเหตุของการปล่อยทั้งหมด เพราะรายงานจัดข้อมูลเป็นหมวดกิจกรรม และไม่ได้แจกแจง Carbon Footprint ราย SKU หรือรายผลิตภัณฑ์
BSI ทวนสอบข้อมูลอย่างไร?
Verification Opinion ระบุว่ากระบวนการรวบรวมหลักฐาน ประกอบด้วยการประเมิน Monitoring และ Control Systems ผ่านการสัมภาษณ์ การสังเกต และการสอบถาม รวมถึงการตรวจข้อมูลด้วยวิธี Sampling, Recalculation, Retracing, Cross-checking และ Reconciliation
เอกสารภาษาไทยยังระบุว่ามีการตรวจพื้นที่องค์กร รวมถึงการทวนสอบแบบ Off-site และ Online พร้อมการสัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบข้อมูลและตรวจเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการคำนวณ
มาตรฐานที่ระบุใน Verification Opinion
- ISO 14064-3:2019
- ISO 14065:2020
- ISO 17029:2019
สำหรับการพัฒนา GHG Inventory เอกสารระบุ ISO 14064-1:2018 เป็นหนึ่งในเกณฑ์อ้างอิง
มาตรฐานที่กล่าวถึงเป็นเกณฑ์และกรอบที่ใช้ในการจัดทำหรือทวนสอบ GHG Statement บทความนี้จึงไม่ตีความว่าเป็นใบรับรองระบบบริหาร ISO ของบริษัท
ผลการทวนสอบหมายถึงอะไร?
BSI ระบุระดับการให้ความเชื่อมั่นของงานนี้เป็น Limited Level of Assurance และกำหนด Materiality Level 5%
ถ้อยแถลงการทวนสอบภาษาไทยสรุปว่า จากการทวนสอบตามวิธีที่กำหนด ไม่พบหลักฐานที่แสดงว่ามีข้อมูลที่มีสาระสำคัญที่ไม่ถูกต้อง และไม่พบว่ามีการแสดงปริมาณ Carbon Footprint ขององค์กรที่ไม่สมควร
BSI ระบุเองว่ากิจกรรมการทวนสอบในระดับ Limited Assurance มีขอบเขต ลักษณะ และความเข้มข้นน้อยกว่า Reasonable Assurance ดังนั้นควรใช้คำว่า “ผ่านกระบวนการทวนสอบ” มากกว่าคำที่สื่อว่าได้รับการตรวจทุกข้อมูลทั้งหมดแบบสมบูรณ์
อะไรไม่ได้รวมอยู่ในขอบเขตการรายงาน?
การจัดทำ Carbon Footprint Organization ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมทุกประเภทขององค์กร จะถูกนำมารวมไว้โดยอัตโนมัติ เอกสารระบุรายการที่ถูกพิจารณาแล้วไม่รวมไว้ใน Reporting Boundary ด้วย
| รายการ | เหตุผลตามเอกสาร |
|---|---|
| R134a จากเครื่องกดน้ำ และ R600 จากตู้เย็น | ปริมาณการปล่อยไม่มีนัยสำคัญ |
| R410A จากเครื่องปรับอากาศ | อุปกรณ์ใหม่ มีการบำรุงรักษา และไม่มีการรั่วหรือเติมสารทำความเย็นในรอบรายงาน |
| Capital Goods | Significance Score ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด |
| Waste Generated in Operations | Significance Score ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด |
| Business Travel | Significance Score ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด |
| Downstream Transportation and Distribution | Significance Score ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด |
| Upstream Leased Assets และกิจกรรมบางประเภทปลายน้ำ | ไม่พบแหล่งการปล่อยที่เกี่ยวข้องตามการประเมิน |
การระบุทั้งสิ่งที่ “รวม” และ “ไม่รวม” ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจขอบเขตของตัวเลข และลดความเสี่ยงในการนำผลรวมไปตีความว่า ครอบคลุมทุกกิจกรรมขององค์กรโดยไม่มีข้อยกเว้น
จากการวัด สู่การปรับปรุง
ข้อมูล Carbon Footprint ในรอบนี้ ช่วยสร้างภาพรวมของแหล่งการปล่อยในองค์กรและ Value Chain ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการพิจารณา Improvement Actions ในขั้นต่อไป
สิ่งสำคัญคือ เอกสารชุดนี้ยังไม่ได้แสดงผลการลดเมื่อเทียบกับปีฐาน หรือประกาศเป้าหมาย Net Zero ดังนั้นบทความนี้จึงมองผลการรายงานในฐานะ ข้อมูลตั้งต้นสำหรับการปรับปรุง มากกว่าผลสำเร็จของการลดการปล่อย


